fbpx

ขอถามเรื่อง MM ครับ 2 % ของ port แปลว่า ?

  • ผู้สร้าง
    กระทู้
  • #5526
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    คือมันแปลว่า ถ้าเรามีเงิน 100,000 บาท เรา จะซื้อหุ้นที่ 20 บาท stoploss 17 บาทได้กี่หุ้น
    คิดยังงี้ถูกป่ะครับ 100000 * 0.02 = 2000 , 2000 /3 = 666.7 หุ้น ?

    เท่ากับใช้เงิน 666.7*20 = 13,334 ก็คือ 13 % ของ port แล้วยังงี้เราจะถืิิิิือหุ้นหลายๆตัวก้อไม่ค่อยได้สิครับ ผมเข้าใจถูกไหมครับ
    หรือ คิดยังไงหรอครับ

กำลังดู 11 ข้อความตอบกลับ - 1 ผ่านทาง 11 (ของทั้งหมด 11)
  • ผู้เขียน
    ข้อความตอบกลับ
  • #5537
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ถ้าหมายถึง "Risk" 2% ของ Port ก็ตามนั้นถูกแล้วครับ...แต่พอซื้อตัวที่ 2 position size ก็จะลดลงนะครับ ไม่ใช่ 666.7 หุ้น เหมือนเดิม เพราะเงินในกระเป๋าที่จะซื้อต่อจะเหลือ 100,000 - 13,334 = 86,666.....ถ้าสมมติ หุ้นตัวที่ 2 ราคา/cutloss เท่ากัน ก็จะได้ 86,666*0.02= 1733.32 , 1733.32/ 3=577.77 หุ้น ครับ....ก็ซื้อได้หลายตัวอยู่นะครับ แต่หุ้นที่ซื้อตัวหลัง ๆ ก็ position size เล็กลงเรื่อย ๆ อ่ะครับ
    ( ปล. มือใหม่เหมือนกัน รอผู้รู้มา ฟันธงอีกทีละกันครับ )

    #5536
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ก้อบมาแปะให้ครับ
    http://www.mangmaoclub.com/super-trend-highlight/

    สมมุติมีเงิน 1,000,000 ตั้งความเสี่ยง 1% ของ"มูลค่าพอร์ต"
    มีหุ้น A ราคา 10 บาท วัดกราฟเจอจุด STOP LOSS = 9 บาท
    ดังนั้นเราซื้อหุ้น A ได้ 1,000,000*0.01/(10-9) = 10,000 ตัว
    ทีนี้ หุ้น A 10,000 ตัวที่ว่านี้ จะทะยอยเข้า หรือเข้าปรื้ดทีเดียวหมดเลยก็ได้ครับ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10,000 ตัว
    สิ้นวันมูลค่าพอร์ตรวมเราจะเป็น หุ้น A 100,000 บาท และเงินสด 900,000 บาท ครับ

    วันถัดไปเจอคำสั่งซื้อหุ้น B ราคา 20 บาท อ่านกราฟวัดจุด STOP LOSS ได้ 18 บาท
    แถมหุ้น A ของเราวิ่งไปที่ 12 บาทแล้ว ดังนั้นมูลค่าพอร์ตเราจะไม่ใช่ 1,000,000 เหมือนตอนแรกแล้ว
    มูลค่าพอร์ตเราจะเปลี่ยนเป็น 1,020,000 บาท (เพิ่มมา 2 หมื่น เพราะกำไรหุ้น A)
    ดังนั้นซื้อหุ้น B ได้ 1,020,000*0.01/(20-15) = 5,100 ตัวครับ
    สรุปสิ้นวันมูลค่าพอร์ตเราเป็น หุ้น A 120,000 บาท หุ้น B 102,000 บาท และเงินสด 798,000 บาท

    ตามนั้นครับ

    #5535
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ขอบคุณคุณ coppuck มากครับ งานเข้าผมแล้ว....รู้สึกผมเข้าใจผิดไปบาง step เด๋วต้องไปไล่ดูว่า ผม overtrade ไปป่าวครับ -_-"
    หุ้น A ผมเหมือนคุณ coppuck ว่า แต่พอหุ้น B ผมไป เข้าใจว่า คำนวณ position size จากเงินสดที่เหลืออยู่ใน port ครับ ระบบที่ใช้ ก็ใช้ money Management แบบกำหนด risk นี่แหละครับ สงสัยที่ซื้อจริงของผมกะระบบที่ผมเทสนี่ มันคนละแบบคับ เครียดเรย -_-"

    #5534
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ขอบคุณมากครับ 🙂

    #5533
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ขอแชร์ด้วยคน ...
    การคิดเงินทุนคงเหลือมีหลาย Model อาจแบ่ง Equity Models เป็น 3 แบบ ดังนี้ครับ

    1.Core Equity โดย เงินทุนคงเหลือ = เงินทุนเริ่มต้น - ความเสี่ยง
    เช่น 100,000 (ทุนเริ่มต้น) - 2,000 (เสี่ยงจาก Stop loss หุ้นตัวแรก) = 98,000 คือทุนคงเหลือที่จะใช้คำนวนซื้อหุ้นตัวต่อไป (ซึ่งจะไม่เท่ากับเงินสดจริงที่เหลืออยู่ครับ)

    2.Total Equity โดย เงินทุนคงเหลือ = เงินทุนเริ่มต้น +/- กำไรขาดทุนที่ราคาตลาด
    เช่น 100,000 (ทุนเริ่มต้น) + 5,000 (กำไรจากหุ้นตัวแรกคิดจากราคาตลาดขณะนั้น) = 105,000 คือทุนคงเหลือที่จะใช้คำนวนซื้อหุ้นตัวต่อไป

    3.Total Reduced Equity โดย เงินทุนคงเหลือ = เงินทุนเริ่มต้น +/- กำไรขาดทุนที่ได้ป้องกันแล้วจากการเลื่อน Stop loss หรือจุด Take profit
    เช่น 100,000 (ทุนเริ่มต้น) + 1,000 (กำไรจากหุ้นตัวแรกคิดจาก Stop loss ที่เลื่อนขึ้นมา) = 101,000 คือทุนคงเหลือที่จะใช้คำนวนซื้อหุ้นตัวต่อไป

    ทั้ง 3 Model จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปครับ

    #5532
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    อ้อ ขอบคุณคุณ sys มาเลยครับ....งั้น พอร์ทผมงานเข้าป่าวไม่รุ ต้องไป เช็คสูตรที่เขียนไว้อีกที คิด position size แบบไหนหว่า .... copy เค้ามาก็งง ๆ อยู่ เดี๋ยวไปดูอีกทีครับ ;-P

    #5531
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    งานไม่เข้าหรอกครับ ไม่ต้องถึงขั้นซีเรียสครับ
    แบบผมสิน่ากลัวกว่า เป็น Total Equity อิอิ แต่ละไม้หนักๆทั้งนั้น
    ส่วนของคุณเป็น Available Equity รูปแบบที่ MetaStock ใช้ (แต่ผมไม่ชอบเพราะไม้เล็กไป)
    ไม่แน่นะถ้าเอามาผสมกันอาจได้รูปแบบใหม่ก็ได้ครับ ไม่ติดในกรอบเดิมๆ 😛

    #5530
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ขอบคุณ คุณ coppuck จ้า

    #5529
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ไม่ได้ลองทดสอบดูเหรอครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    #5528
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ได้คำตอบแล้วครับ ตอน test ผมเทสใน amibroker ....ใช้แบบ Total equity ครับ....เทสออกมา ก็พอไหวครับ ไม่ขี้เหร่เท่าไหร่ครับสำหรับผม แต่ตอน trade ดันไปใช้แบบ Available Equity อ่ะคับ ... มือใหม่ก็แบบนี้แหละคับ :-p เพิ่งรู้ว่ามันมี Equity model หลายแบบเดี๋ยวคงไม่หาความรู้ส่วนนี้เพิ่มครับ คงต้องให้พี่ ๆ ที่นี่คอย comment บ่อย ๆ แล้วครับ ^^

    #5527
    Avatarนิรนาม
    ไม่เปิดใช้

    ขอบคุณคุณ Copuck อีกครั้งครับ

    ปล. ทดสอบแบบ Total แล้วใช้แบบ available ไม่น่าเครียดเท่าไหร่ แต่อย่าทำกลับกันไม่งั้นมีสะดุ้งแน่ๆครับ 55

กำลังดู 11 ข้อความตอบกลับ - 1 ผ่านทาง 11 (ของทั้งหมด 11)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้