fbpx

Position size ที่เหมาะสม

ติดป้ายกำกับ: ,

  • ผู้สร้าง
    กระทู้
  • #9084
    zephyrzephyr
    Participant

    เรื่องหนึ่งในการทำระบบที่ผมมักจะสับสนและสงสัยคือการกำหนด position size เลยอยากลองถามหลายๆท่านดูครับ ว่าท่านกำหนด position size กันอย่างไร

    สำหรับผม เห็นหลายๆ paper รวมถึงในเว็บแมงเม่าคลับมักจะพูดถึง 1% rule ซึ่งพอผมนำมาคิด position size มันก็จะได้ราวๆ ไม่เกิน 10 ตัวใน portfolio ทั้งๆที่หลายๆครั้งมักจะมีคำแนะนำ หรือ ผล backtest ของ position size ที่ ราวๆ 20 ตัว (5% of equity) ผมเลยงงๆ เหมือนกันครับ

กำลังดู 8 ข้อความตอบกลับ - 1 ผ่านทาง 8 (ของทั้งหมด 8)
  • ผู้เขียน
    ข้อความตอบกลับ
  • #9086
    satapornksatapornk
    Keymaster

    เอ ทำไม ถึงได้ไม่เกิน 10 ตัวเหรอครับ ผมลอง simulate ดู ก็ซื้อได้เกิน 10 ตัวนะครับ

    จากตารางนี้ เริ่มเงินทุน 1 ล้าน 1% คิดจาก Equity คงเหลือ ก็ซื้อได้มากกว่า 10 ตัวนะครับ (หรือผมคำนวณอะไรพลาดไป)

     

     

    #9088
    zephyrzephyr
    Participant

    ผมใช้ 1% จาก total equity นะครับ

    ถ้าใช้ 1% จาก remain equity ผมว่ามันแปลกๆนะ เพราะหมายความว่า ตัวไหนซื้อก่อนตัวนั้นจะมีน้ำหนักมากสุด ยิ่งซื้อทีหลังยิ่งมีน้ำหนักน้อยลงไปเรื่อยๆ

    หรือว่าเค้าใช้กันแบบนี้จริงๆ O_o

    นอกจากนั้น จากตารางคุณ Satapornk  นั้น คำว่า risk 1% ผมหมายถึง ความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงิน 1% ในแต่ละเทรด แต่ไม่ใช่เงินที่จะซื้อนะครับ

    เช่นถ้าผมใช้ 8% stop loss แล้วละก็หุ้นตัวแรกของผมที่ stoploss 8% แล้วสูญเสียเงินไม่เกิน 1%ของ port ในที่นี้คือ 10,000 บาท (1% ของ 1,000,000 คือ 10,000) ผมต้องซื้อตัวแรกทั้งหมด 125,000 บาท นะครับ นั่นคือ 12.5% ของ total equity แล้ว

     

    #9091
    satapornksatapornk
    Keymaster

    ขอบคุณครับ เป็นอีกวิธีคิดที่น่าสนใจ ใช่อย่างที่ คุณ zephyr บอกครับ ถ้าใช้วิธีแบบที่ผมคิด น้ำหนักมันก็จะไปตกที่ไม้แรกๆ เยอะกว่าครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใช้วิธีนี้ การทำ backtest มันเลยต้องมี การทำ scoring ของหุ้นที่จะเข้าซื้อมาประกอบกันว่าการทำ Money Management แบบนี้จริงๆ แล้วให้ผลโอเคไหม

    เดี๋ยวผมไปลองทำ backtest ตามวิธีคิดแบบคุณ zephyr เพิ่มเติมเป็นอีกแนวทางนึงด้วยดีกว่าครับ ^_^

    #9092
    SanJiSanJi
    Participant

    [quote quote=9084]เห็นหลายๆ paper รวมถึงในเว็บแมงเม่าคลับมักจะพูดถึง 1% rule ซึ่งพอผมนำมาคิด position size มันก็จะได้ราวๆ ไม่เกิน 10 ตัวใน portfolio ทั้งๆที่หลายๆครั้งมักจะมีคำแนะนำ หรือ ผล backtest ของ position size ที่ ราวๆ 20 ตัว (5% of equity) ผมเลยงงๆ เหมือนกันครับ [/quote]

    1% rule น่าจะมาจาก Larry Hite ( ตอนหลังเปลี่ยนเป็น 2% rule ) ผมยก quote ที่ผมเคยอ่านมาให้ครับ

     

    ” Never risk more than 1 percent of total equity on any trade.

    By only risking 1 percent, 1 am indifferent to any individual trade.

    Keeping your risk small and constant is absolutely critical “

     

    ตามคำแนะนำคือให้ risk ไม่เกิน 1% ต่อ 1 trade ดังนั้นตามคำแนะนำแล้วจะ risk 1% ,0.8%, 0.5% ก็ไม่ผิดครับ

     

    ถ้าต้องการให้ถือ position จำนวนมากขึ้นสามารถทำได้ 2 ทางคือ

     

    1. ลด trade risk

    สมมุติ capital = 100,000 บาท, initialStop = 10%

    – risk 1% จะได้ positionSize = 1%/10% = 10% จะซื้อได้ = 100%/10% = 10 ตัว

    – risk 0.5% จะได้ positionSize = 0.5%/10% = 5% จะซื้อได้ = 100%/5% = 20 ตัว

    – risk 0.4% จะได้ positionSize = 0.4%/10% = 4% จะซื้อได้ = 100%/4% = 25 ตัว

     

    2. loosen stoploss

    สมมุติ capital = 100,000 บาท, risk 1%

    – initialStop 8%  จะได้ positionSize = 1%/8% = 12.5% จะซื้อได้ = 100%/12.5% = 8 ตัว

    – initialStop 10%  จะได้ positionSize = 1%/10% = 10% จะซื้อได้ = 100%/10% = 10 ตัว

    – initialStop 20%  จะได้ positionSize = 1%/20% = 5% จะซื้อได้ = 100%/5% = 20 ตัว

     

    หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ

    #9095
    zephyrzephyr
    Participant

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับคุณโย๋ หายข้องใจละครับ

    #9096
    Amibroker PlatformAmibroker Platform
    Participant

    ปักมุด กระทู้ดีคับบบบบบ

    #9098
    st04713st04713
    Participant

    มีประโยชน์มากๆครับ ขอบคุณมากครับ

    #9160

    1% Rule ที่ผมเขียนถึงบ่อยๆคือ Fixed Fraction Position Sizing Model ครับ

    วิธีคำนวณคือ

    Position Size Value = ( PortfolioRisk / StopSize ) * BuyPrice

    โดยที่

    PortfolioRisk = มูลค่าความเสี่ยงหรือการขาดทุนที่เรากำหนดไว้ในแต่ละครั้ง

    StopSize = ระยะระหว่างจุดเข้าซื้อและจุดตัดขาดทุนที่ตั้งไว้

    BuyPrice = ราคาที่คาดหวังว่าจะซื้อได้จริง

    ดังนั้นเรื่องจำนวนหุ้นหรือมูลค่าหุ้นที่จะซื้อ หลักๆแล้วจะสัมพันธ์กับขนาด  StopSize ที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการ Normalize Risk ตามความผันผวนหรือขนาดของการตัดขาดทุนในตัว ถ้าระยะตัดขาดทุนแคบก็จะได้ Position Size ที่ใหญ่ขึ้น ซื้อหุ้นได้น้อยตัวลง แต่ถ้าระยะตัดขาดทุนกว้างก็จะได้ Position Size ที่เล็กลง และซื้อหุ้นได้มากตัวขึ้น

    วิธีการปรับจำนวนหุ้นให้ถือมากขึ้นก็จะเป็นอย่างที่คุณโหยวว่าไว้ครับ ถ้าไม่ลด PortfolioRisk ลงก็ต้องถ่าง Stop ให้กว้างขึ้น เพื่อทำให้ตัวหารของสูตรคำนวณมันเยอะขึ้นนั่นเองครับ ^^

กำลังดู 8 ข้อความตอบกลับ - 1 ผ่านทาง 8 (ของทั้งหมด 8)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้