fbpx
ระบบการลงทุน

Update : Magic Formula สูตรการลงทุนอันแสนมหัศจรรย์ของ Joel Greenblatt

Koedkao Peeratiyuth

สูตรมหัศจรรย์ Magic Formula ของ Joel Greenblatt นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่!! ถึงแม้พวกมันถูกเผยแพร่ให้กับนักลงทุนในไทยโดยคุณมดแมงเม่าคลับมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังมีผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทยที่โดดเด่นและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

บทความนี้จะเป็นการ Update ผลการทดสอบระบบการลงทุน Magic Formula จนถึงช่วงวิกฤติ Covid-19 ในช่วงต้นปี 2020 ด้วย ซึ่งระบบการลงทุน Magic Formula นั้นก็เป็นหนึ่งในระบบการลงทุนกว่า 30+ ระบบที่พวกเรารวบรวมมาให้ในชุดโค้ดสำเร็จรูปและฐานข้อมูลราคาและปัจจัยพื้นฐาน SiamQuant AlphaSuite ครับ

ระบบการลงทุน ไม่ได้จำกัดอยู่กับ Technical Analysis เพียงอย่างเดียว

เมื่อได้ยินคำว่า “ระบบการลงทุน” เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของการใช้เครื่องมือทางเทคนิคเท่านั้น (Technical Analysis) แต่ความเป็นจริงแล้วระบบการลงทุนคือ การสร้างกฎในการลงทุน ที่เป็นเงื่อนไขต่างๆอย่างชัดเจน โดยเงื่อนไขเหล่านั้นต้องผ่านขั้นตอนในการค้นคว้าวิจัย การทดสอบทางสถิติอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบและวัดผลได้ 

ดังนั้นเมื่อระบบการลงทุนไม่ได้ถูกตีกรอบแค่เรื่องของการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค เราจึงสามารถที่จะนำเครื่องมือการวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน (Fundamental Analysis) มาสร้างเป็นระบบการลงทุนได้เช่นกัน!

ในวันนี้เราจึงตัดสินใจหยิบหนึ่งในแนวคิดการลงทุนที่ใช้เครื่องมือด้านการวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วโลกมาให้ทุกคนได้ศึกษาและทบทวนกันอีกครั้งหนึ่ง แนวคิดที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่ก็คือสูตรมหัศจรรย์หรือ Magic Formula (MF) นั่นเองครับ

รากฐานแนวคิดระบบการลงทุน Magic Formula

ภาพที่ 1 : หนังสือ The Little Book That Still Beats the Market เขียนโดย Joel Greenblatt

Magic Formula เป็นสูตรที่ถูกคิดค้นขึ้นโดย Joel Greenblatt ผู้ก่อตั้งและบริหารกองทุน Gotham Capital ซึ่งมีแนวทางในการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) โดยมีแนวคิดเบื้องหลังการลงทุนคล้ายกับคำคมวาทะเด็ดของ Warren Buffet อภิมหาเศรษฐีและนักลงทุนเน้นคุณค่าชื่อดังที่เคยกล่าวไว้ว่า

“It’s far better to buy a wonderful company at a fair price than a fair company at a wonderful price”

“มันเป็นเรื่องที่ดีกว่ามากในการซื้อบริษัทที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล แทนที่จะซื้อบริษัทที่สมเหตุสมผลในราคาที่ยอดเยี่ยม”

ภาพที่ 2 : Joel Greenblatt ผู้จัดการกองทุน Hedge Fund ผู้คิดค้นกลยุทธ์การลงทุน Magic Formula

ซึ่ง Greenblatt นั้นได้เสนอวิธีการหา “บริษัทที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล” จากการใช้ปัจจัยพื้นฐานสำคัญ 2 ตัวแปรในการคัดเลือกหุ้นที่ Under Value ออกมานั่นก็คือ อัตราผลตอบแทนของกิจการ

(Return on Capital : ROC) และผลตอบแทนของกำไร (Earning Yield : EY) นั่นเองครับ ซึ่งในตอนนี้เรามาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่งเลยดีกว่าครับว่า ปัจจัยพื้นฐานสำคัญ 2 ตัวแปรนี้แท้จริงแล้วคืออะไร 

  1. อัตราผลตอบแทนของกิจการ (Return On Capital : ROC)

ROC เป็นตัวแปรสำคัญที่บอกถึง “คุณภาพ” ซึ่งพิจารณาจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเทียบกับต้นทุนทั้งหมดที่ใช้ดำเนินกิจการ โดยเราสามารถเขียนออกมาเป็นสมการได้ดังนี้

ROC =  TTM EBIT / Tangible Capital

โดยที่

  • TTM EBIT (Trailing Twelve Months Earnings Before Interest & Tax) คือ ผลรวมของกำไร(ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษี 12 เดือนย้อนหลัง
  • Tangible Capital คือ ทุนที่สามารถมองเห็นได้เช่น เงินสด เงินฝาก ลูกหนี้ สินทรัพย์คงเหลือ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยความยุ่งยากในการคำนวณ Greenblatt จึงได้ทำการปรับปรุงสมการใหม่ดังนี้

ROC (Revised) = TTM EBIT / (Total Asset – Current Liability)

โดยที่

  • Total Asset คือ สินทรัพย์ทั้งหมด
  • Current Liability คือ หนี้สินหมุนเวียน
  1. ผลตอบแทนของกำไร (Earning Yield : EY)

EY เป็นตัวแปรสำคัญที่บอกถึง “ความคุ้มค่า” ซึ่งพิจารณาจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเทียบกับมูลค่าของบริษัท เขียนเป็นสมการได้ดังนี้

EY = TTM EBIT / Enterprise Value

Enterprise Value = Market Capitalization + Total Liability – Cash and Cash Equivalents

โดยที่

  • Enterprise Value คือ มูลค่าของบริษัท
  • Market Capitalization คือ มูลค่าตามราคาตลาด
  • Total Liability คือ หนี้สินทั้งหมด
  • Cash and Cash Equivalents คือ เงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด

หมายเหตุที่ 1 : เหตุผลในการเลือกใช้ค่า TTM EBIT แทน Net Profit ในการคำนวณ เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารกิจการของบริษัทได้ดีกว่า รวมถึงไม่มีเรื่องของต้นทุนทางการเงินและภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะให้ผลแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรม

Magic Formula ระบบการลงทุนที่เรียบง่ายแต่… ทรงพลัง!

หนึ่งในความลับที่ทำให้ MF เป็นสูตรที่มีความเสถียรและอยู่รอดในตลาดมาอย่างยาวนาน นั่นคือ เรื่องของความ “เรียบง่าย” ที่แฝงอยู่ในขั้นตอนของการลงทุน และสิ่งเหล่านี้เองที่เป็นขุมกำลังหลักหรือแก่นของระบบที่ทำให้ Magic Formula ได้รับการยอบรับทั่วโลก ซึ่งมีรายละเอียดขั้นตอนเพียง 4 ขั้นตอนหลักๆดังต่อไปนี้

  1. Non-Financial Industry

ขั้นตอนเริ่มต้นในการลงทุนของ MF เกิดจากการตัดอุตสาหกรรมการเงินออกไปก่อน เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวมีโครงสร้างทางการเงินที่แตกต่างจากกลุ่มอื่น ซึ่งหานำมารวมอาจทำให้การคำนวณมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้

  1. ROC & EY Ranking

ขั้นตอนต่อมาคือ การจัดเรียงหาอันดับของหุ้นในตลาดจากมากไปหาน้อยโดยใช้ค่า Return On Capital และ Earning Yield เพื่อค้นหาหุ้นที่มีศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทที่สูงและมีราคาไม่แพงมากจนเกินไป

  1. Magic Formula Score

ในขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยในการคัดเลือกหุ้นเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ นั่นคือการสร้าง Magic Formula Score โดยการนำเอาผลรวมของอันดับหุ้นจากการเรียงอันดับ โดยใช้ค่า ROC และ EY เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้งาน (เช่นหุ้นที่มีค่า ROC สูงที่สุดในตลาดจะได้อันดับที่ 1)

  1. Rotation (Yearly)

ขั้นตอนสุดท้ายคือ ในแต่ละปีนั้นเราจะทำการเรียงลำดับคะแนน เพื่อทำการเลือกหุ้นจำนวน 30 ตัวที่มีคะแนน Magic Formula Score น้อยที่สุด (ดีที่สุด) เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ และทำการหมุนลงทุนในขั้นตอนเดิมต่างๆทุกสิ้นปี

ดังนั้นหากจะสรุปขั้นตอนการลงทุนทั้งหมดให้สั้นและกระชับ เราอาจจะพูดได้ว่า Magic Formula คือ ระบบการลงทุนที่เลือกซื้อแต่หุ้นที่ “ดีและถูก” เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอด้วยขั้นตอนที่เข้าใจง่ายสุดๆอย่างไม่ต้องสงสัย

เงื่อนไขการทดสอบ

สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขการทดสอบกลยุทธ์การลงทุน Magic Formula ในตลาดหุ้นไทยมีดังนี้

Condition Details
Backtesting Window 01/01/2010 – 30/04/2020
Backtesting Restriction เงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท

อัตราค่า Commission 0.15% (รวมซื้อขาย 0.3%)

Long Only

ทดสอบบนฐานข้อมูล SiamQuant Hybrid Database  ที่รวมเงินปันผล

Universe All Stocks หุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์
Entry SQFirstDayOfYear()
Exit SQLastDayOfYear()
Filters กรองข้อมูลที่มีความผิดพลาดออกด้วย SQDataFilter(0)
Position Size ลงทุนเท่ากันทุกตัว (Equal Weight) โดยกำหนดขนาดการลงทุนครั้งละ 3% 
Position Score เรียงลำดับจากคะแนน Magic Formula Score สูงสุด
Order Management ทำการซื้อขายราคาเปิด (Open) ของวันถัดไปของวันที่เกิดสัญญาณ)

ตารางที่ 1 : ตารางแสดงเงื่อนไขสำหรับการทดสอบกลยุทธ์การลงทุน Magic Formula

ผลการทดสอบระบบการลงทุน Magic Formula กับตลาดหุ้นไทย (Update 2020)

การทดสอบกับตลาดหุ้นไทยนั้น ทำได้โดยการนำข้อมูลจากฐานข้อมูล SiamQuant Hybrid Database ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมเอาข้อมูลราคาหุ้น, งบการเงิน และกิจกรรมของบริษัทต่างๆในแต่ละวัน มาจัดเรียงและทำการ Time Stamp เพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับการวิจัย Backtested ย้อนหลังอย่างถูกต้อง โดยได้ผลลัพธ์ดังนี้

ภาพที่ 2 : ภาพแสดงการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอระหว่างระบบการลงทุน Magic Formula (เส้นสีเขียว) และดัชนี SET Index (เส้นสีดำ)

Portfolio Metrics Magic Formula SET Index
Net Profit 387% 78%
CAGR 17.13% 5.93%
MaxDD -52.52% -44.22%
Longest DD (Month) 29.14 50.29
CAR/MDD 0.33 0.13

 

Trade Metrics Magic Formula SET Index
No. of All Trade 357
Avg. Bar Held 233.17
% Win 51.26%
Avg. Profit/Loss % 48.74%
Max Consecutive Loss 11

ตารางที่ 2 : ตารางแสดงค่าสถิติของระบบการลงทุน Magic Formula และดัชนี SET Index 

จากภาพที่ 2 และตารางที่ 2 จะพบว่าระบบการลงทุน Magic Formula นั้นมีผลตอบแทนโดยเฉลี่ยทบต้นต่อปีเท่ากับ 17.13% ซึ่งถือว่าสร้างผลตอบแทนที่ชนะตลาดอย่างมีนัยยะ เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี SET Index ที่มีผลตอบแทนโดยเฉลี่ยทบต้นอยู่ที่ 5.93% ต่อปี ในช่วงเวลาการทดสอบ 

แต่ในด้านความเสี่ยงที่วัดโดยค่า MaxDrawdown นั้นระบบการลงทุน Magic Formula มีค่าอยู่ที่ -52.52% ในช่วงเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งสูงกว่า ดัชนี SET index ที่มีค่า MaxDrawdown อยู่ที่ -44.22% อยู่พอสมควร

จากผลลัพธ์การทดสอบนี้เราสามารถสรุปได้ว่าสูตรการคัดกรอง Magic Formula ของ Joel Greenblatt นั้นถือว่ามีความเสถียรยั่งยืนในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เมื่อทำการทดสอบกับตลาดหลายๆรูปแบบ ทั้งกลุ่มตลาดที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) และกลุ่มตลาดกำลังพัฒนา (Emerging Market) เช่นตลาดบ้านเราเป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจาก Magic Formula นั้นเป็นกลยุทธ์ประเภท Buy & Hold จึงทำให้การเคลื่อนไหวส่วนมากของพอร์ตโฟลิโอนั้นจะสอดคล้องไปกับตลาด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประสบกับภาวะขาดทุนอย่างหนักในช่วงต้นปี 2020 เมื่อตลาดมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากวิกฤติ Covid-19

บทสรุปของ Magic Formula 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับระบบการลงทุนที่ใช้ข้อมูลพื้นฐานเพียงอย่างเดียวในการคัดเลือกหุ้น โดยในบทความนี้พวกเราอยากจะให้นักลงทุนได้ “เบิกเนตร” หรือเปิดหูเปิดตา ถึงพลังของการลงทุนอย่างเป็นระบบที่ไม่ได้เป็นแค่การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยเทคนิคเพียงอย่างเดียวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจครับ

โดยพวกเราทีมงาน SiamQuant หวังว่าองค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นการช่วยพัฒนาวงการการลงทุนไทยให้ก้าวหน้าขึ้นไปใกล้เคียงกับระดับโลกมากขึ้นครับ ซึ่งถ้าเพื่อนๆพี่น้องๆนักลงทุนคนไหนที่สนใจ การวิจัยกลยุทธ์การลงทุนเชิง Quantitative แบบนี้สามารถที่จะติดตามพวกเราโดยการ Follow Page Facebook เพื่อติดตามบทความที่จะนำความรู้และสิ่งที่น่าสนใจในโลกของการลงทุนมาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันอย่างจุใจเลยครับ จนกว่าจะพบกันใหม่ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการลงทุนครับ 

Reference :

Magic Formula สูตรการลงทุนอันแสนมหัศจรรย์ของ Joel Greenblatt