fbpx
ระบบการลงทุน

สูตรลับระบบการลงทุนหุ้นปันผล 10-11-12!

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr

ระบบการลงทุน 10-11-12 เป็นระบบการลงทุนในหุ้นปันผลซึ่งถูกคิดค้นโดย Marc Lichtenfeld โดยเผยแพร่ในหนังสือ Get Rich With Dividends : A Proven System for Earning Double-Digit Returns ซึ่ง Marc Lichtenfeld ได้กล่าวในหนังสือของเขาว่า “หากลงทุนตามแนวคิดของเขา ภายในระยะเวลา 10 ปี เราจะได้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 11% และผลตอบแทนทบต้นต่อปี 12%” โดยในบทวิจัยครั้งนี้ เราจะมาพิสูจน์กันว่าหากนำแนวคิดของเขามาทดสอบกับตลาดหุ้นไทยนั้น จะเป็นจริงอย่างที่ Lichtenfeld ได้กล่าวไว้ในหนังสือหรือไม่!? และมันจะดีกว่าหรือแย่กว่าอย่างไรกันครับ!

ภาพที่ 1 : Marc Lichtenfeld ผู้แต่งหนังสือ Get Rich With Dividends : A Proven System for Earning Double-Digit Returns

วิธีการเลือกหุ้นปันผลสำหรับระบบการลงทุน 10-11-12 ตามแนวคิดของ Marc Lichtenfeld

ในส่วนแรกนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการคัดเลือกหุ้นตามที่ Marc Lichtenfeld ได้กล่าวไว้ในหนังสือของเขา ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นปันผลดังนี้

  1. หุ้นต้องมีการจ่ายปันผลที่มากกว่าหรือเท่ากับ 4.7% อย่างไรก็ดี Marc กล่าวว่าในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำนั้น การที่เราจะสามารถหาหุ้นที่จ่ายปันผลมากถึง 4.7% ได้นั้นเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้น Marc Lichtenfeld จึงอนุโลมให้โดยหากหุ้นมีการจ่ายปันผลที่มากกว่า 4% ก็ถือว่าโอเคแล้ว
  2. หุ้นต้องมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของเงินปันผลที่มากกว่าหรือเท่ากับ 10% ต่อปี เนื่องจากหากหุ้นมีการจ่ายปันผลที่ 4.7% และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของเงินปันผลที่ 10% ต่อปีนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ผลตอบแทนที่ได้จากเงินปันผลจะมีค่าเท่ากับ 11% นั่นเองครับ
  3. อย่างไรก็ดี เพื่อความปลอดภัยในการลงทุนนั้น Marc กล่าวว่าหุ้นจะต้องมีอัตราส่วน Payout Ratio ที่ต่ำกว่า 75% เนื่องจากหากบริษัทจ่ายเงินปันผลที่มากเกินไป ในอนาคตหากผลการดำเนินงานของบริษัทลด จะทำให้บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราเท่าเดิมได้นั่นเองครับ

โดยเราสามารถสรุปเงื่อนไขการคัดเลือกหุ้นปันผลสำหรับระบบ 10-11-12 ตามแนวคิดของ Marc Lichtenfeld ได้ดังนี้ครับ

  1. เลือกหุ้นที่มีการจ่ายปันผลมากกว่าหรือเท่ากับ 4.7%
  2. เลือกหุ้นที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของเงินปันผลมากกว่าหรือเท่ากับ 10% ต่อปี
  3. เลือกหุ้นที่มีอัตราส่วน Payout Ratio ต่ำกว่า 75%

หมายเหตุ 1 : การคำนวณอัตราการเติบโตของเงินปันผลในงานวิจัยชิ้นนี้ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ในการคำนวณ

หมายเหตุ 2 : การคำนวณอัตราส่วน Payout Ratio ในงานวิจัยชิ้นนี้ คำนวณจากเงินปันผลต่อหุ้นคูณกับจำนวนหุ้นทั้งหมดในตลาดเพื่อคำนวณเงินปันผลที่จ่ายทั้งหมด แล้วส่วนด้วยเงินสดที่ได้จากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow)

อย่างไรก็ดี Lichtenfeld กล่าวว่าหลังจากเราได้ทำการคัดเลือกหุ้นเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ เราจำเป็นต้องตรวจสุขภาพหุ้นของเราอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อดูว่าหุ้นนั้นมีอัตราส่วน Payout Ratio ที่สูงเกินไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Lichtenfeld ไม่กล่าวไว้ว่าให้ตรวจสุขภาพหุ้นตอนไหน ดังนั้นในการสร้างระบบ 10-11-12 เราจึงนำแนวคิดในส่วนนี้มาแปลงเป็นเงื่อนไขในการขายหุ้นว่า หากหุ้นตัวใดมีอัตราส่วน Payout Ratio มากกว่า 75% เราจะทำการขายหุ้นนั้นทิ้งในวันถัดไปแทน

SiamQuant-10-11-12-Trade-Sample.pngภาพที่ 2 : ภาพแสดงตัวอย่างสัญญาณการซื้อขายจากระบบ 10-11-12

จากภาพที่ 1 สังเกตลูกศรสีเขียว เมื่อหุ้นมีค่า Dividend Yield(%) มากกว่า 4.7% และมีค่าอัตราการเติบโตของเงินปันผล มากกว่า 10% พร้อมทั้งอัตราส่วน Payout Ratio มีค่าต่ำกว่า 75% ระบบจะทำการเข้าซื้อหุ้น และในส่วนสัญญาณขายนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออัตราส่วนค่า Payout Ratio ของหุ้นมีค่าอยู่เหนือ 75% นั่นเองครับ โดยในส่วนถัดไปเราจะนำเอาเงื่อนไขเหล่านี้มาทำการทดสอบระบบกันครับ

ผลการทดสอบระบบการลงทุน 10-11-12 กับตลาดหุ้นไทย

ก่อนที่จะทำการทดสอบระบบนั้น เราจะทำการกำหนดเงื่อนไขต่างๆสำหรับการทดสอบระบบการลงทุน 10-11-12 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

Condition Details
Backtesting Window
  • 01/01/2007 – 01/01/2017
Backtesting Restriction
  • เงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท
  • อัตราค่า Commission 0.15% (รวมซื้อขาย 0.3%)
  • Slippage  1% ทั้งการซื้อและขาย
  • Long Only
Universe
  • All Stocks หุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์
Filters
  • มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยใน 1 ปีมากกว่า 1 ล้านบาท/วัน
  • กรองข้อมูลที่มีความผิดพลาดออกด้วย SQDataFilter(1)
Position Size
  • ถือหุ้นมากที่สุด 20 ตัวในพอร์ตโฟลิโอ ขนาดการลงทุนต่อตัวคือ 5% ของมูลค่าพอร์ตโฟลิโอ
Position Score
  • เรียงลำดับจาก Dividend Yield (%)
Order Management
  • ทำการซื้อขายราคาเปิด (Open) ของวันถัดไปของวันที่เกิดสัญญาณ)

 

ตารางที่ 1 : ตารางแสดงเงื่อนไขต่างๆสำหรับการทดสอบระบบ 10-11-12

ซึ่งผลการทดสอบระบบการลงทุน 10-11-12 ของ Marc Lichtenfeld กับตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะเวลา 10 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ. 2007 – 2017 ได้ผลดังนี้ครับ

SiamQuant-10-11-12-BacktestResults1.pngภาพที่ 3 : ภาพแสดงการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอของระบบ 10-11-12 (เส้นสีเขียว) เทียบกับดัชนี SET Index (เส้นสีดำ)

Portfolio Metrics 10-11-12 Exclude Dividend SET Index
Net Profit 404.35% 134.04%
CAGR 17.57% 9.17%
MaxDD -44.02% -58.02%
Longest DD (Month) 21.95 44.15
CAR/MDD 0.4 0.15
Trade Metrics 10-11-12 Exclude Dividend SET Index
No. of All Trade 169
Avg. Bar Held 280.59
% Win 57.99%
Avg. Profit/Loss % 28.01%
Max Consecutive Loss 4

 

ตารางที่ 2 : ตารางแสดงค่าสถิติของระบบ 10-11-12 กับดัชนี SET Index

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจจากผลลัพธ์ของการทดสอบระบบ 10-11-12 ก็คือ แม้จะทดสอบกับข้อมูลที่ไม่ได้รวมปันผล (Split-Adjusted Price) นั้นพบว่าผลตอบแทนทบต้นต่อปีหรือค่า CAGR ของระบบมีค่ามากกว่าที่ Marc Lichtenfeld ได้ให้ไว้ คือหากลงทุนตามแนวคิดของเค้าจะได้ผลตอบแทนทบต้นต่อปีถึง 12% แต่ระบบมีผลตอบแทนทบต้นต่อปีสูงถึง 17.57% เลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ในส่วนของประเด็นที่ว่าหากเลือกหุ้นตามแนวคิดของ Lichtenfeld จะได้รับเงินปันผลที่ 11% ต่อปีนั้น เนื่องจากผลการทดสอบกับตลาดหุ้นไทยนั้นไม่พบว่ามีหุ้นตัวไหนที่ถือจนครบระยะเวลา 10 ปีเลย ทำให้เงื่อนไขในข้อนี้ไม่เป็นจริง อย่างไรก็ดีระบบ 10-11-12 นั้นเป็นระบบการลงทุนในหุ้นปันผล ดังนั้นในส่วนถัดไปเราจะทำการทดสอบกับข้อมูลที่มีการรวมปันผลเข้าไปด้วย (Split & Dividend Adjusted Price) โดยจะเปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI ซึ่งผลการทดสอบที่ได้มีดังนี้ครับ

SiamQuant-10-11-12-BacktestResults2.pngภาพที่ 4 : ภาพแสดงการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอของระบบ 10-11-12 โดยทดสอบกับข้อมูลที่มีการรวมปันผล (เส้นสีเขียว) เทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ)

Portfolio Metrics 10-11-12 Include Dividend SETTRI Index
Net Profit 652.85% 246.41%
CAGR 22.38% 13.23%
MaxDD -42.56% -56.14%
Longest DD (Month) 21.6 32.55
CAR/MDD 0.53 0.24
Trade Metrics 10-11-12 Include Dividend SETTRI Index
No. of All Trade 169
Avg. Bar Held 280.59
% Win 63.91%
Avg. Profit/Loss % 35.74%
Max Consecutive Loss 4

 

ตารางที่ 3 : ตารางแสดงค่าสถิติของระบบ 10-11-12 โดยทดสอบกับข้อมูลที่มีการรวมปันผล (เส้นสีเขียว) กับดัชนี SETTRI

จากการทดสอบนั้นพบว่า เนื่องจากระบบ 10-11-12 เป็นระบบที่ลงทุนในหุ้นปันผล ทำให้เมื่อทดสอบกับข้อมูลที่มีการรวมปันผล พบว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีนั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่า 27% คือเพิ่มขึ้นจาก CAGR ที่ 17.57% เป็น 22.38% ในขณะที่ SETTRI มีผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปี CAGR เท่ากับ 13.23% ซึ่งถือได้ว่าระบบ 10-11-12 ก็ยังชนะดัชนีตลาดหุ้นแบบรวมปันผลกว่า 70%!

สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากการทดสอบระบบการลงทุน 10-11-12

จากการทดสอบในเบื้องต้นนั้นพบว่า การทดสอบระบบ 10-11-12 ของ Marc Lichtenfeld กับตลาดหุ้นไทยนั้นกลับได้ผลดีกว่าที่ Lichtenfeld ได้กล่าวไว้ในหนังสือของเขา ซึ่งผลวิจัยในครั้งนี้ถือได้ว่าสนับสนุนกับความเชื่อของใครหลายๆคนที่คิดว่า “หุ้นที่จ่ายปันผลนั้น เป็นหุ้นที่ดี” เนื่องจากบริษัทมีการเติบโตและมีกำไรจึงนำเงินส่วนนั้นมาจ่ายปันผลได้นั่นเองครับ!

Thanadon Praphutikul

ทีมงานวิจัยระบบการลงทุน SiamQuant Alpha Researcher เริ่มต้นการลงทุนตั้งแต่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ด้วยความต้องการเอาชนะตลาด โดยมีจุดเปลี่ยนมาสู่การลงทุนอย่างเป็นระบบ เนื่องจากช่วยให้เราสามารถพิสูจน์ถึงสิ่งต่างๆได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้จริง ^^