fbpx

ติดต่อเรา :

Author

Manasit Chanpum (มด แมงเม่าคลับ)

Browsing
ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ "แมงเม่าคลับ" และบริษัท SiamQuant ศูยน์วิจัยออกแบบระบบการลงทุน เพื่อการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในตลาดหุ้นไทย

ร้อยละ 99% ของนักลงทุนส่วนใหญ่นั้นมักคิดว่าวิธีการในการทำกำไรจากตลาดหุ้นที่ดีที่สุดนั้น คือการพยายามหาข้อมูลข่าวสารที่เร็วกว่า, ลึกกว่า และทำการวิเคราะห์ให้ดีกว่านักลงทุนคนอื่นๆในตลาด อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้กลับมีข้อเสียซึ่งถือเป็นจุดบอดในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวอย่างที่คุณอาจคิดไม่ถึง และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเล่าให้ฟัง รวมถึงแนะนำหนทางในการแก้ไขกันในวันนี้ครับ 🙂

นักลงทุนส่วนใหญ่มักพูดกันว่า “การทำ Backtest หรือลงทุนตามระบบมันใช้จริงๆในตลาดหุ้นไทยไม่ได้หรอก! จะ Quant, Algo, หรือ A.I. ส่วนใหญ่ก็เจ๊งกันทั้งนั้น!!” ในวันนี้เราจึงอยากนำเอาหลักฐานโต้แย้งจากผลตอบแทนของกองทุนส่วนบุคคล 10X ซึ่งได้ถูกบริหารงานด้วยกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบจริงๆมาให้ทุกท่านได้ศึกษากัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนทุกคนครับ!

ประโยชน์ของการลงทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่เรื่องของการช่วยรักษาวินัยหรืออำนวยความสะดวกในการลงทุนเท่านั้น! ในวันนี้ผมจะมาเล่าถึงประโยชน์ที่แท้จริงของมัน เพื่อเป็นองค์ความรู้และแรงบันดาลใจให้กับนักลงทุนหลายๆคน ได้เห็นถึงคุณค่าและพลังที่ซ่อนอยู่ของมันกันครับ 😀

ไกล้จบปี 2019 กันแล้ว รู้สึกสงสัยกันบ้างไหมครับว่าเราลงทุนได้ดีแค่ไหนในปีนี้ และอันที่จริงแล้วนักลงทุนส่วนใหญ่เขาจะมีผลตอบแทนกันเป็นอย่างไรบ้าง? 

ในบทความนี้ผมจะนำเอา 33 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก ซึ่งถือเป็นตัวแทน (Proxy) ของวิธีการลงทุนของนักลงทุนส่วนใหญ่มาทำการทดสอบในตลาดหุ้นไทยเพื่อวัดผลตอบแทนออกมาให้เห็นกัน เพื่อช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบผลตอบแทนของคุณได้ในมุมมองที่กว้างกว่าเพียงการเปรียบเทียบกับดัชนี SET Index ซึ่งถือเป็นตัวแทนของผลตอบแทนจากกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว 

หวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านครับ!

ตีแผ่ความเข้าใจที่ผิดและสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มต้นกับการลงทุนใน Passive Fund เพื่อช่วยให้นักลงทุนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนเชิง Passive Investing กันมากยิ่งขึ้นครับ

คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าตลาดวิ่งขึ้นแต่พอร์ตของเรากลับไม่ไปไหน หรือตลาดลงไม่เท่าไหร่แต่พอร์ตของเราดันลงหนักกว่าซะงั้นบ้างไหมครับ? ผมแน่ใจ 99.99% ว่าถ้าคุณลงทุนมานานพอมันจะต้องเคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างแน่ๆ ซึ่งหากว่าคุณเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยๆจนต้องเป็นทุกข์ในการลงทุน หรือเปลี่ยนกลยุทธ์ไปๆมาๆแล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ เพราะจะช่วยให้คุณเกิดความเข้าใจ และรู้ว่าจะรับมือกับมันอย่างไรได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ

สืบเนื่องจากการที่เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่ง CP ได้ใช้ชื่อหนังสือว่า “ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว” เพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจสำหรับนักธุรกิจทั้งหลาย มันจึงทำให้ผมมีไอเดียที่อยากจะแชร์ข้อมูลในมุมมองของนักลงทุนกันดูบ้างว่าอันที่จริงแล้วนั้น นักลงทุนอย่างพวกเราจะมีโอกาสดีใจกับความสำเร็จในตลาดหุ้นกันได้สักกี่วัน? (และอาจจะต้องเสียใจกันสักกี่วัน) ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้หลายๆคนมีความคาดหวังที่สมจริง และช่วยยกระดับจิตวิทยาการลงทุนให้กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อยครับ

เนื่องจากเราค่อนข้างมั่นใจว่าในปีนี้นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่มีผลการลงทุนที่ไม่ค่อยจะดีนัก ทำให้นักลงทุนหลายๆคนที่ตั้งใจลงทุนอย่างมีหลักการเกิดความท้อแท้และรู้สึกหมดกำลังใจในการลงทุนไปพอสมควร เราจึงอยากที่จะแชร์แนวคิดในการวิเคราะห์ผลตอบแทนด้วยปัจจัยหนุนนำในระดับเบื้องต้น (Factor Analysis) ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจที่มาที่ไปของผลตอบแทนที่เกิดขึ้น และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการลงทุนในหลายๆแนวทางอีกด้วยครับ 😀

หลังจากที่ SET Index ได้สร้างสถิติมูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปเมื่อวานนี้ (28-05-2019) ทำให้นักลงทุนหลายคนมีข้อสงสัยว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ดี วันนี้เราจะให้คำตอบนั้นด้วยการนำเอาสถิติที่น่าสนใจมาแบบไต๋กันให้ดูกันอย่างชัดเจนและรวดเร็วครับ 😀

ทำไมนักลงทุนบางคนจึงมักติดขาดทุนและดอยแบบซ้ำๆซากๆไม่จบไม่สิ้นกับหุ้นหลายๆตัวเสียทีหนอ? สาเหตุหลักๆอย่างหนึ่งก็เพราะพฤติกรรมการลงทุนของพวกเขาเหล่านั้น ที่มักชอบ “ซื้อหุ้น” หรือ “ไม่ยอมขายหุ้น” ที่มีแนวโน้มเป็นขาลงอย่างชัดเจน เพราะรู้สึกว่าราคาของพวกมันได้เตี้ยต่ำจนติดดินแล้วนั่นเองในวันนี้ผมจึงอยากที่จะแสดงให้เห็นถึงอันตรายของการชอบซื้อหุ้นที่ดูราคาถูก โดยไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยทางเทคนิคหรือพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะกับสัญญาณหายนะที่เรียกว่า “52 Weeks Low” ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงการติดดอยแบบข้ามชาติกันได้นั่นเองครับ!