fbpx
องค์ความรู้จากการลงทุนอย่างเป็นระบบ

สถิติผลตอบแทนในอนาคตของหุ้นในดัชนี SET50 หลังมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันเดียว

Thanadon Praphutikul

สืบเนื่องจากวันที่ 09/03/2020 ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มพลังงานมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากภาวะการปรับตัวลดลงอย่างกระทันหันของราคาน้ำมันโลก ณ วันดังกล่าวหุ้น PTTEP หรือบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้มีการปรับตัวลดลงจนติด Floor หรือติดลบถึง -29.81% ภายในระยะเวลาเพียงวันเดียว!!

โดยหุ้น PTTEP นั้นเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มดัชนี SET 50 ซึ่งเป็นหุ้นที่มีมูลค่า ณ ราคาตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดในตลาด 50 อันดับแรก ดังนั้น ในบทความนี้ผมจึงรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับผลตอบแทนในอนาคตของหุ้นในดัชนี SET 50 ที่มีอัตราการปรับตัวลดลงมากที่สุด 50 อันดับแรกภายในวันเดียว ผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่น้องนักลงทุนกันครับ

รายละเอียดวิธีการศึกษา 

ในบทความนี้เราจะทำการศึกษาพฤติกรรมของหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET 50 ที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาระหว่างราคาปิดของวันนี้เทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า (Rate Of Change) ที่ต่ำที่สุดหรือติดลบสูงที่สุด 30 อันดับแรก เพื่อที่จะศึกษาพฤติกรรมลักษณะของผลตอบแทนในอนาคตข้างหน้า ว่าจะมีภาพรวมจะเป็นเช่นไรบ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ทำการศึกษาบนฐานข้อมูล SiamQuant Hybrid Database แบบ Price Adjusted Excluded Dividend ซึ่งฐานข้อมูลจะถูกทำการ Back-Adjusted ราคาในกรณีที่ Corporate Action ต่างๆ เช่น การแตกพาร์ เรียบร้อยแล้วทำให้ข้อมูลสะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของหุ้นที่แท้จริง
  2. ทำการศึกษาดูโดยคัดเลือกจากหุ้นที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงวัดโดย Rate-of-Cahnge ต่ำสุดหรือหุ้นที่มีการติดลบสูงสุด 50  อันดับแรก ว่าภายหลังจากการปรับตัวลดลงแล้วในอนาคต 1เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปีข้างหน้าลักษณะของผลตอบแทนในภาพรวมจะเป็นเช่นไรบ้าง

โดยรายละเอียดของการทดสอบวิจัยมีดังนี้

ค่าสถิติของหุ้นในดัชนี SET50 ที่มีการปรับตัวลดลงมากที่สุด 50 อันดับแรก

 

Statistic Daily Return Next20D Next60D Next120D Next260D
Average -21.46 0.18 11.07 21.54 45.91
Median -19.77 0.99 9.82 17.46 37.28
Worst -30.00 -52.83 -55.62 -70.30 -89.81
Best -17.48 39.16 68.37 210.16 414.60
STDev 4.00 20.26 28.07 48.75 92.84
%Win 0 52.00 68.00 72.00 72.00

ภาพที่ 1 และตารางที่ 1 : ภาพและตารางแสดงค่าสถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics) ของอัตราการเปลี่ยนแปลงในรอบระยะเวลาต่างๆ

จากภาพและตารางจะสังเกตได้ว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงในรอบ 1 วันมีค่าเฉลี่ยและค่ากลางอยู่ที่ -21.46% และ -19.77% ตามลำดับ โดยหุ้นที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงลดลงมากที่สุด 5 อันดับแรกมีดังนี้

อันดับที่ 1 : บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลง -30% ณ วันที่ 04/07/2018

อันดับที่ 2 : บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือ ITV โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลง -29.95% ณ วันที่ 09/05/2005

อันดับที่ 3 : บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลง -29.92% ณ วันที่ 04/12/2007

อันดับที่ 4 : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลง -29.74% ณ วันที่ 13/08/2002

อันดับที่ 5 : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลง -29.68% ณ วันที่ 19/12/2006

และถึงแม้ว่าหุ้นเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนภายหลังวันที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในระยะเวลา 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี พบว่ามีค่ากลาง (Median) ซึ่งเป็นตัวแทนของผลตอบแทนในภาพรวมนั้นมีค่าเท่ากับ 0.99%, 9.82%, 17.46% และ 37.28% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ตลาดหุ้นไทยในภาพใหญ่นั้นมีการเคลื่อนที่เป็นในทิศทางที่เป็นขาขึ้น!

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในภาพรวมหุ้นเหล่านี้ดูจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เมื่อพิจารณาลึกลงไปจะพบว่าโอกาสที่ในอนาคตข้างหน้าจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกอยู่ที่ราวๆ 70% หรือมีอีกกว่า 30% ที่หุ้นเหล่านี้ยังคงลงต่อไป โดยหุ้นที่ลงต่อมากที่สุดในอีก 260 วันหรือ 1 ปีข้างหน้านั้นอาจติดลบได้มากถึง -89.81% นั่นก็คือหุ้น ITV หรือบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 09/05/2006 ก่อนที่จะถูกถอนจากตลาดหลักทรัพย์โดยวันที่มีข้อมูลการซื้อขายวันสุดท้ายในวันที่ 27/02/2007

บทสรุป

และในส่วนสุดท้ายนี้ สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับเพื่อนๆพี่น้องนักลงทุนทุกท่านคือ ถึงแม้หุ้นที่เราถืออยู่จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในดัชนี SET50 แต่มันก็ยังมีโอกาสที่จะมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนกระทั่งติด Floor ได้ในภายในระยะเวลาเพียงวันเดียวเช่นกัน 

และถึงแม้ในภาพรวมในอนาคตข้างหน้า 1 ปีหุ้นเหล่านี้มีแนวโน้มจะกลับมาให้ผลตอบที่เป็นบวกได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้การันตีว่าหุ้นทุกตัวจะกลับมาให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ ดังนั้น สิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการกระจายความเสี่ยง ที่จะทำให้พอร์ตเราไม่ต้องสูญสลายไปกับความผิดพลาดหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันเพียงไม่กี่ครั้งครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปครับสวัสดีครับ