fbpx
องค์ความรู้จากการลงทุนอย่างเป็นระบบ

รีวิวผลตอบแทน 33 กลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนเมษายนของปี 2020

Thanadon Praphutikul

สำหรับเดือนเมษายนปี 2020 ที่ผ่านมานั้นดัชนี SETTRI Index มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.76% ภายหลังจากการปรับตัวลดลงมาตลอดทั้งช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการคลายความวิตกกังวลจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ดูเสมือนว่ามีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

ซึ่งในการรีวิวนี้ผมได้นำ 33 กลยุทธ์การลงทุนที่สร้างขึ้นมาโดยยึดหลักการแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก มาเป็นตัวแทน (Proxy) ของกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้กัน และนำมาทำการทดสอบในตลาดหุ้นไทยให้เพื่อนๆพี่น้องๆนักลงทุนได้เห็นถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุนในแต่ละแนวทางที่แตกต่างกัน โดยหวังว่าจะช่วยให้คุณสามารถที่จะเปรียบเทียบผลตอบแทนของตัวคุณเอง ได้ในมุมมองที่กว้างกว่าเพียงการเปรียบเทียบกับดัชนี SET Index ซึ่งถือเป็นตัวแทนของผลตอบแทนจากกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว 

หวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านครับ!

33 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก

ภาพที่ 1 : ภาพแสดงเส้น Equity ของกลยุทธ์ทั้งหมดใน SiamQuant AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2020-04-24

สำหรับการรีวิวผลตอบแทนของกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 33 รูปแบบในบทความนี้นั้น ผมได้นำเอากลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นชื่อดังต่างๆที่ผมและทางทีมงาน SiamQuant ได้เคยวิจัย และเผยแพร่ชุด Code Template เอาไว้ใน SiamQuant Amibroker’s AlphaSuite มาทำการทดสอบถึงผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทยกันออกมา โดยที่เราสามารถที่จะแบ่งกลยุทธ์ต่างๆออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ตามแนวทางและปรัชชญาการลงทุนที่แตกต่างกันไปดังต่อไปนี้

  • Momentum/Trend Following : แนวคิดการลงทุนที่พิจารณาที่ความแข็งแกร่งและแนวโน้มของราคาหุ้นเป็นหลัก โดยในแต่ละกลยุทธ์นั้นก็จะมีแนวคิดและใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น กลยุทธ์ของ Jesse Livermore, Mark Minervini รวมถึง Mangmao All-Time-High ที่เราเคยได้เผยแพร่เอาไว้
  • Growth Investing : แนวคิดการลงทุนที่พิจารณาแนวโน้มการเติบโตของกิจการจากข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของกิจการที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง อาทิเช่นกลยุทธ์การค้นหาหุ้น 10 เด้งของ Peter Lynch
  • Value Investing : แนวคิดการลงทุนแนวหุ้นคุณค่าที่พยายามหาหุ้นที่มีราคาตลาดต่ำกว่าราคาเหมาะสม (Intrisic Value) โดยในแต่ละกลยุทธ์นั้นก็จะมีแนวคิดและวิธีการคำนวนราคาเหมาะสมจากข้อมูลปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น กลยุทธ์ Buffettology ของ Marry Buffett, NCAV ของ Benjamin Graham หรือ Enterprise Multiple ของ Tobias Carlisle
  • Dividend Investing : แนวคิดการลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ให้เงินปันผลสูง อาทิเช่นกลยุทธ์หุ้นปันผล 10-11-12 ของ Marc Lichtenfeld หรือ Chowder Rule ของ Lowell Miller
  • Hybrid Investing  : แนวคิดการลงทุนแบบผสมผสาน โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์แนวโน้มราคาหุ้นด้วยปัจจัยเทคนิค, การวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของกิจการ และ การวิเคราะห์ราคาเหมาะสมจากข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน โดยในแต่ละกลยุทธ์การลงทุนนั้นก็จะมีแนวคิดการผสมผสานปัจจัยต่างๆที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น CANSLIM ของ O’Neil, Earning Surprise Breakout ของ Driehaus และ Zulu Principle ของ Jim Slater

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การลงทุนในแนวทางทั้ง 5 นั้น ก็ค่อนข้างที่จะเพียงพอต่อการทำให้เราได้เห็นถึงภาพรวมของผลตอบแทนของนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากพวกมันถือได้ว่าเป็นแนวทางหลักๆที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยได้นำเอามาปรับใช้กันอย่างกว้างขวางนั่นเองครับ 

สถิติผลตอบแทนในภาพรวมของ 33 กลยุทธ์การลงทุนช่วงเมษายนของปี 2020

สำหรับการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนต่างๆเพื่อวัดผลตอบแทนในบทความนี้นั้น เพื่อให้ผลลัพธ์นั้นได้สะท้อนถึงข้อจำกัดและสภาพแวดล้อมต่างๆของนักลงทุนส่วนบุคคลหรือรายย่อยในตลาดหุ้นไทยจนเกิดความสมจริงในระดับหนึ่งนั้น โดยผมได้ทำการทดสอบกลยุทธ์กำหนดเงื่อนไขต่างๆในระดับที่ไม่ได้เข้มงวดมากนัก ดังนี้ (Mild Backtesting Restriction & Environment)

Condition Details
Backtesting Window
  • 01/01/2010 – 24/04/2020
Backtesting Restriction
  • เงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท
  • อัตราค่า Commission 0.15% (รวมซื้อขาย 0.3%)
  • Long Only
  • ทดสอบบนฐานข้อมูล SiamQuant Hybrid Database  ที่รวมเงินปันผล
Universe
  • All Stocks หุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์
Entry
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Exit
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Filters
  • กรองข้อมูลที่มีความผิดพลาดออกด้วย SQDataFilter(0)
Position Size
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Position Score
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Order Management
  • ทำการซื้อขายราคาเปิด (Open) ของวันถัดไปของวันที่เกิดสัญญาณ)

ตารางที่ 1 : ตารางแสดงเงื่อนไขสำหรับการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 33 ระบบใน AlphaSuite

โดยหลังจากที่เราได้กำหนดเงื่อนไขการทดสอบต่างๆไว้เรียบร้อยแล้วนั้น ผมและทางทีมงาน SiamQuant ก็ได้ค่อยๆไล่ Backtest กลยุทธ์การลงทุนต่างๆใน AlphaSuite กันออกมา จากนั้นจึงนำผลลัพธ์ที่ได้มาทำการคิดผลตอบแทนเฉพาะช่วงเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมาดังนี้ (ใครมึนกับข้อมูลให้ข้ามไปอ่านช่วงสรุปประเด็นได้เลยนะครับ :D)

ภาพที่ 2 : ภาพแสดงเส้น Equity ของกลยุทธ์ทั้งหมดใน SiamQuant AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ) ตั้งแต่วันที่ 2020-02-01  ถึง 2020-04-24

ภาพที่ 3 : Bar Chart แสดงผลกำไร (Net Profit) ของกลยุทธ์ทั้งหมดใน SiamQuant AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ) ตั้งแต่วันที่ 2020-02-01  ถึง 2020-04-24

System Net Profit (%)
SETTRI Index 12.76
SQ Simple MACD 1.93
SQ PE Band 10.48
SQ Livermore 0.71
SQ Elder Triple Screen With Force index 0.55
SQ Elder Triple Screen With Force index (Modified) 0.16
SQ Elder Triple Screen With MACD 2.45
SQ Elder Triple Screen With MACD (Modified) 2.45
SQ Buffettology 7.05
SQ Buffettology (Modified) 21.53
SQ TenBagger -0.03
SQ TenBagger (Modified) 24.01
SQ F-Score 19.7
SQ CANSLIM 0
SQ CANSLIM (Modified) 0
SQ Mangmao ATH 2.26
SQ Mangmao ATH with SET Filter 0
SQ 52 Week High 15.19
SQ NCAV Graham 16.9
SQ Enterprise Multiple 20.69
SQ Fibo Triple Moving Average 3.24
SQ Marc Lichtenfeld 10-11-12 16.79
SQ Turtle Trading Signals 8.05
SQ Z-Score 1968 17.66
SQ Z-Score 1985 15.73
SQ Minervini Trend template 0
SQ Shareholder Yield 26.83
SQ Magic Formula 20.82
SQ Rinen System 15.16
SQ ZULU Principle 7.32
SQ Chowder Rule 18.96
SQ Oberweis Octagon 3.91
SQ EdSeyKoTa 1.11
SQ Earning Surprise Direhaus 0

ตารางที่ 2 : ฺตารางค่าสถิติสำคัญของ 33 กลยุทธ์ใน AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index ในช่วงเดือนเมษายน 2020

โดยจากผลการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 33 เราสามารถที่จะสรุปประเด็นต่างๆที่น่าสนใจต่างๆได้ดังนี้

ประเด็นที่น่าสนใจของผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจาก 33 กลยุทธ์การลงทุนในเดือนเมษายน 2020

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น +12.76% เป็นเหตุให้กลยุทธ์ส่วนมากใน AlphaSuite นั้นก็มักจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกขึ้นมาด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งหากวัดผลตอบแทนในเชิง Relative Return เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index จะพบว่ามีกลยุทธ์ทั้งหมด 13 กลยุทธ์หรือคิดเป็น 39.39% จาก 33 กลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนเหนือดัชนี SETTRI Index 

Stat Monthly Return (%)
SETTRIIndex 12.76
Average 9.14
Median 7.05
Min -0.03
Max 26.83
STDev 8.89
Beat SETTRI Index 39.39%

ตารางที่ 3 : ตารางแสดงค่าสถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics) ของผลตอบแทนรายเดือนในช่วงเดือนเมษายน 2020

โดยเราพบว่าค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนในเดือนที่ผ่านมานั้นติดลบอยู่ที่ 9.14% ซึ่งกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด 5 อันดับแรกมีดังนี้

  1. กลยุทธ์การลงทุนหุ้นปันผล Shareholder Yield ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 26.83 %
  2. กลยุทธ์การค้นหาหุ้น 10 เด้งของ Peter Lynch ฉบับปรับปรุงโดยทีมงาน SiamQuant ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 24.01 %
  3. กลยุทธ์การลงทุน Buffettology ฉบับปรับปรุงโดยทีมงาน SiamQuant ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 21.53 %
  4. กลยุทธ์การลงทุนหุ้น Magic Formula  ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 20.82 %
  5. กลยุทธ์การลงทุนหุ้น Enterprise Multiple  ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 20.69 %

ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจของผลตอบแทนในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้คือ กลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด 5 อันดับแรกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นกลยุทธ์ที่อาศัยการวิเคราะห์การลงทุนจากงบการเงิน (Financial Data) ด้วยกันทั้งสิ้น โดยจะสังเกตได้ว่าการคัดเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานมารองรับไม่ว่าจะเป็นในเชิงคุณค่า (Value Investing), การเติบโตของกิจการ (Growth Investing) หรือหุ้นปันผล (Dividend Investing) นั้นเมื่อเวลาที่ตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้น หุ้นเหล่านี้มักจะปรับตัวขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่าตลาดนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์ประเภทที่อาศัยจังหวะในการเข้าลงทุนด้วยแนวโน้มที่ขาขึ้นระยะยาว เช่น กลยุทธ์การลงทุน CANSLIM ของ O’Neil, Earning Surprise Breakout ของ Driehaus และ Mangmao ATH with SET Filter เป็นต้น โดยมากจะให้ผลตอบแทนเท่ากับ 0% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากกลยุทธ์เหล่านี้ได้ทำการทยอยขายหุ้นออกไปตั้งแต่รอบเดือนที่แล้ว และถึงแม้ว่าเดือนเมษายนตลาดจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แต่กลยุทธ์เหล่านี้ก็ยังไม่ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนแต่อย่างใด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหุ้นในตลาดส่วนมากนั้นยังไม่ได้กลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญแต่อย่างใด

บทสรุปการรีวิวผลตอบแทนของ 33 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก ในช่วงเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา

จากข้อมูลผลตอบแทนของทั้ง 33 กลยุทธ์ในเดือนเมษายนปี 2020 ที่ผ่านมา จะสังเกตได้ว่าถึงแม้ดัชนี SETTRI Index มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.76% แต่ตลาดก็ยังถือว่ามีความผันผวนในระดับที่สูงอยู่ โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้นพบว่ากลยุทธ์การลงทุนกว่าส่วนใหญ่ AlphaSuite นั้นจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนกว่า 39.39% ที่ยังคงให้ผลตอบแทนที่มากกว่า 12.76% หรือให้ผลตอบแทนที่ชนะดัชนี SETTRI Index 

ส่วนสำหรับกลยุทธ์ที่ยังคงขาดทุนหรือแพ้ตลาดในช่วงระยะที่ผ่านมานั้น ไม่ได้แปลว่ามันได้กลายเป็นกลยุทธ์ที่ไร้ประสิทธิภาพหรือย่ำแย่ไปแล้วแต่อย่างใด เพราะทุกกลยุทธ์นั้นย่อมต้องมีช่วงเวลาที่เอื้ออำนวยและไม่เอื้ออำนวยกับสภาวะตลาดของมันกันทั้งสิ้น ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในความจริงที่นักลงทุนที่ลงทุนอย่างเป็นระบบจะต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ดังนั้น ในที่สุดแล้วการมีความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของกลยุทธ์อย่างถูกต้องและลึกซึ้ง, การบริหารผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงการมีวินัยในการลงทุนให้สามารถปฎิบัติตามหลักการและกลยุทธ์ที่ดีได้จนตลอดรอดฝั่งนั้น จึงยังเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอยู่เสมอในการลงทุนนั่นเอง

และนี่ก็คือบทสรุปการรีวิวผลตอบแทนของ 33 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก ในตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน 2020 นี้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านครับ 😀