fbpx
องค์ความรู้จากการลงทุนอย่างเป็นระบบ

รีวิวผลตอบแทน 40 กลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนตุลาคมปี 2020

Thanadon Praphutikul

สำหรับเดือนตุลาคมปี 2020 ที่ผ่านมานั้นเป็นช่วงที่ดัชนี SETTRI Index มีการปรับตัวลดลง -3.39% ซึ่งถือเป็นช่วงเดือนที่ตลาดมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง 

โดยในการรีวิวนี้ผมได้นำ 40 กลยุทธ์การลงทุนใน SiamQuant AlphaSuite ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นมาโดยยึดหลักการแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก มาเป็นตัวแทน (Proxy) ของกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้กัน และนำมาทำการทดสอบในตลาดหุ้นไทยให้เพื่อนๆพี่น้องๆนักลงทุนได้เห็นถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุนในแต่ละแนวทางที่แตกต่างกัน

ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถที่จะเปรียบเทียบผลตอบแทนของตัวคุณเอง ได้ในมุมมองที่กว้างกว่าเพียงการเปรียบเทียบกับดัชนี SET Index ซึ่งถือเป็นตัวแทนของผลตอบแทนจากกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว โดยผมหวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านครับ!

40 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก

ภาพที่ 1 : ภาพแสดงเส้น Equity ของกลยุทธ์ทั้งหมดใน SiamQuant AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2020-10-31

สำหรับการรีวิวผลตอบแทนของกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 40 รูปแบบในบทความนี้นั้น ผมได้นำเอากลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นชื่อดังต่างๆที่ผมและทางทีมงาน SiamQuant ได้เคยวิจัย และเผยแพร่ชุด Code Template เอาไว้ใน SiamQuant Amibroker’s AlphaSuite มาทำการทดสอบถึงผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทยกันออกมา โดยที่เราสามารถที่จะแบ่งกลยุทธ์ต่างๆออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ตามแนวทางและปรัชชญาการลงทุนที่แตกต่างกันไปดังต่อไปนี้

  • Momentum/Trend Following : แนวคิดการลงทุนที่พิจารณาที่ความแข็งแกร่งและแนวโน้มของราคาหุ้นเป็นหลัก โดยในแต่ละกลยุทธ์นั้นก็จะมีแนวคิดและใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น กลยุทธ์ของ Jesse Livermore, Mark Minervini รวมถึง Mangmao All-Time-High ที่เราเคยได้เผยแพร่เอาไว้
  • Growth Investing : แนวคิดการลงทุนที่พิจารณาแนวโน้มการเติบโตของกิจการจากข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของกิจการที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง อาทิเช่นกลยุทธ์การค้นหาหุ้น 10 เด้งของ Peter Lynch
  • Value Investing : แนวคิดการลงทุนแนวหุ้นคุณค่าที่พยายามหาหุ้นที่มีราคาตลาดต่ำกว่าราคาเหมาะสม (Intrisic Value) โดยในแต่ละกลยุทธ์นั้นก็จะมีแนวคิดและวิธีการคำนวนราคาเหมาะสมจากข้อมูลปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น กลยุทธ์ Buffettology ของ Marry Buffett, NCAV ของ Benjamin Graham หรือ Enterprise Multiple ของ Tobias Carlisle 
  • Dividend Investing : แนวคิดการลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ให้เงินปันผลสูง อาทิเช่นกลยุทธ์หุ้นปันผล 10-11-12 ของ Marc Lichtenfeld หรือ Chowder Rule ของ Lowell Miller
  • Hybrid Investing  : แนวคิดการลงทุนแบบผสมผสาน โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์แนวโน้มราคาหุ้นด้วยปัจจัยเทคนิค, การวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของกิจการ และ การวิเคราะห์ราคาเหมาะสมจากข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน โดยในแต่ละกลยุทธ์การลงทุนนั้นก็จะมีแนวคิดการผสมผสานปัจจัยต่างๆที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น CANSLIM ของ O’Neil, Earning Surprise Breakout ของ Driehaus และ Zulu Principle ของ Jim Slater

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การลงทุนในแนวทางทั้ง 5 นั้น ก็ค่อนข้างที่จะเพียงพอต่อการทำให้เราได้เห็นถึงภาพรวมของผลตอบแทนของนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากพวกมันถือได้ว่าเป็นแนวทางหลักๆที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยได้นำเอามาปรับใช้กันอย่างกว้างขวางนั่นเองครับ 

สถิติผลตอบแทนในภาพรวมของ 40 กลยุทธ์การลงทุนช่วงตุลาคมของปี 2020

สำหรับการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนต่างๆเพื่อวัดผลตอบแทนในบทความนี้นั้น เพื่อให้ผลลัพธ์นั้นได้สะท้อนถึงข้อจำกัดและสภาพแวดล้อมต่างๆของนักลงทุนส่วนบุคคลหรือรายย่อยในตลาดหุ้นไทยจนเกิดความสมจริงในระดับหนึ่งนั้น โดยผมได้ทำการทดสอบกลยุทธ์กำหนดเงื่อนไขต่างๆในระดับที่ไม่ได้เข้มงวดมากนัก ดังนี้ (Mild Backtesting Restriction & Environment)

Condition Details
Backtesting Window
  • 01/01/2010 – 31/10/2020
Backtesting Restriction
  • เงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท
  • อัตราค่า Commission 0.15% (รวมซื้อขาย 0.3%)
  • Long Only
  • ทดสอบบนฐานข้อมูล SiamQuant Hybrid Database  ที่รวมเงินปันผล
Universe
  • All Stocks หุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์
Entry
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Exit
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Filters
  • กรองข้อมูลที่มีความผิดพลาดออกด้วย SQDataFilter(0)
Position Size
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Position Score
  • ตามแนวคิดของแต่ละระบบ
Order Management
  • ทำการซื้อขายราคาเปิด (Open) ของวันถัดไปของวันที่เกิดสัญญาณ)

ตารางที่ 1 : ตารางแสดงเงื่อนไขสำหรับการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 40 ระบบใน AlphaSuite

โดยหลังจากที่เราได้กำหนดเงื่อนไขการทดสอบต่างๆไว้เรียบร้อยแล้วนั้น ผมและทางทีมงาน SiamQuant ก็ได้ค่อยๆไล่ Backtest กลยุทธ์การลงทุนต่างๆในAlphaSuite กันออกมา จากนั้นจึงนำผลลัพธ์ที่ได้มาทำการคิดผลตอบแทนเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมาดังนี้ (ใครมึนกับข้อมูลให้ข้ามไปอ่านช่วงสรุปประเด็นได้เลยนะครับ :D)

ภาพที่ 2 : ภาพแสดงเส้น Equity ของกลยุทธ์ทั้งหมดใน SiamQuant AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ) ตั้งแต่วันที่ 2020-09-30  ถึง 2020-10-31

ภาพที่ 3 : Bar Chart แสดงผลกำไร (Net Profit) ของกลยุทธ์ทั้งหมดใน SiamQuant AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index (เส้นสีดำ) ตั้งแต่วันที่ 2020-09-30  ถึง 2020-10-31

Strategy Return
SQ Minervini Trend template 9.37
SQ Oberweis Octagon 9.12
SQ Earning Surprise Direhaus 6.41
SQ Marc Lichtenfeld 10-11-12 5.68
SQ Tiny Titan 5.47
SQ Buffettology 4.92
SQ CANSLIM (Modified) 3.8
SQ ZULU Principle 2.66
SQ PE Band 2.12
SQ Chowder Rule 1.85
SQ NCAV Graham 1.82
SQ Buffettology (Modified) 1.5
SQ TenBagger (Modified) 1.5
SQ 52 Week High 1.4
SQ Shareholder Yield 1.18
SQ Livermore 0.85
SQ Simple MACD 0.64
SQ TenBagger 0.35
SQ CANSLIM 0
SQ F-Score -0.23
SQ Larry William OOPs -0.65
SQ Mangmao ATH with SET Filter -0.67
SQ Rinen System -0.77
SQ Walter Schloss -0.78
SQ Enterprise Multiple -0.99
SQ Turtle Trading Signals -1.66
SQ Elder Triple Screen With Force index (Modified) -1.97
SQ Kenneth Fisher Growth Stock -1.99
SQ Mangmao ATH -2.08
SQ Magic Formula -2.54
SQ Elder Triple Screen With Force index -2.58
SQ MACD-ATH -3.03
SQ Fibo Triple Moving Average -3.04
SQ EdSeyKoTa -3.36
SETTRI Index -3.39
SQ The Golden Goose -3.42
SQ Z-Score 1985 -3.69
SQ Z-Score 1968 -4.09
SQ Elder Triple Screen With MACD -4.63
SQ Darvas -5.15
SQ Elder Triple Screen With MACD (Modified) -6.3

ตารางที่ 2 : ฺตารางค่าสถิติสำคัญของ 40 กลยุทธ์ใน AlphaSuite เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index ในช่วงเดือนตุลาคม 2020

โดยจากผลการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 40 เราสามารถที่จะสรุปประเด็นต่างๆที่น่าสนใจต่างๆได้ดังนี้

ประเด็นที่น่าสนใจของผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจาก 40 กลยุทธ์การลงทุนในเดือนตุลาคม 2020

ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทย (ดัชนี SETTRI Index) มีการปรับตัวลดลง -3.39% ซึ่งหากวัดผลตอบแทนในเชิง Relative Return เปรียบเทียบกับดัชนี SETTRI Index พบว่าจากกลยุทธ์การลงทุนทั้งหมด AlphaSuite นั้นจะมีกลยุทธ์ทั้งสิ้น 34 กลยุทธ์หรือคิดเป็น 85% จาก 40 กลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนเหนือดัชนี SETTRI Index

Statistics Monthly Return (%)
SETTRIIndex -3.39
Average 0.18
Median -0.44
Min -6.30
Max 9.37
STDev 3.69
Beat SETTRI Index 85.00%

ตารางที่ 3 : ตารางแสดงค่าสถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics) ของผลตอบแทนรายเดือนในช่วงเดือนตุลาคม 2020

โดยเราพบว่าค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนในเดือนที่ผ่านมานั้นเป็นบวกอยู่ที่ 0.18% ซึ่งกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด 5 อันดับแรกมีดังนี้

  1. กลยุทธ์การลงทุน Minervini Trend Template ของ Mark Minervini ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 9.37%
  2. กลยุทธ์การลงทุน Octagon ของ James W. Oberweis ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 9.12%
  3. กลยุทธ์การลงทุน Earning Surprise Breakout ของ Driehaus ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 6.41%
  4. กลยุทธ์การลงทุนหุ้นปันผล 10-11-12 ของ Marc Lichtenfeld  ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 5.68%
  5. กลยุทธ์การลงทุน Tiny Titan ของ James O’Shaughnessy ซึ่งให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 5.47%

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้คือ จำนวนกลยุทธ์การลงทุนใน AlphaSuite ที่ให้ผลตอบแทนชนะ SETTRI Index มีมากถึง 34 กลยุทธ์จากทั้งหมด 40 กลยุทธ์ด้วยกันหรือคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 85% ทั้งนี้สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด 5 อันดับแรกนั้น พบว่ากลยุทธ์ทั้งหมด 4 ใน 5 กลยุทธ์นั้นมีองค์ประกอบหลักของระบบเป็น Momentum Factor ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าภาพรวมตลาดจะให้ผลตอบที่ติดลบ แต่ยังมีหุ้นบางส่วนที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนนั่นเอง

บทสรุปการรีวิวผลตอบแทนของ 40 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก ในช่วงเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา

จากข้อมูลผลตอบแทนของทั้ง 40 กลยุทธ์ในเดือนตุลาคมปี 2020 ที่ผ่านมา จะสังเกตได้ว่าถึงแม้ดัชนี SETTRI Index มีการปรับตัวลดลง -3.39% โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้นพบว่ากลยุทธ์การลงทุนกว่าส่วนใหญ่ AlphaSuite นั้นจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนกว่า 85.00% ที่ยังคงให้ผลตอบแทนที่มากกว่า -3.39% หรือให้ผลตอบแทนที่ชนะดัชนี SETTRI Index 

ส่วนสำหรับกลยุทธ์ที่ยังคงขาดทุนหรือแพ้ตลาดในช่วงระยะที่ผ่านมานั้น ไม่ได้แปลว่ามันได้กลายเป็นกลยุทธ์ที่ไร้ประสิทธิภาพหรือย่ำแย่ไปแล้วแต่อย่างใด เพราะทุกกลยุทธ์นั้นย่อมต้องมีช่วงเวลาที่เอื้ออำนวยและไม่เอื้ออำนวยกับสภาวะตลาดของมันกันทั้งสิ้น ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในความจริงที่นักลงทุนที่ลงทุนอย่างเป็นระบบจะต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ดังนั้น ในที่สุดแล้วการมีความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของกลยุทธ์อย่างถูกต้องและลึกซึ้ง, การบริหารผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงการมีวินัยในการลงทุนให้สามารถปฎิบัติตามหลักการและกลยุทธ์ที่ดีได้จนตลอดรอดฝั่งนั้น จึงยังเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอยู่เสมอในการลงทุนนั่นเอง

และนี่ก็คือบทสรุปการรีวิวผลตอบแทนของ 40 กลยุทธ์การลงทุนจากแนวคิดของเซียนหุ้นระดับโลก ในตลาดหุ้นไทยในเดือนตุลาคม 2020 นี้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านครับ 😀